ออทิสซึม(Autism)
ในทางการแพทย์
ภาวะออทิสซึม(Autism)เป็นโรคหรือกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นในเด็ก
เนื่องจากสมองผิดปกติ
เด็กที่เป็นโรคนี้จะอยู่แต่ในโลกของตนเอง
และขาดความสนใจที่จะมีสังคมร่วมกับคนอื่น
เราเรียกเด็กที่เป็นโรคออทิสซึม
ว่า“เด็กออทิสติก”สมองที่ผิดปกติทำให้เด็กแสดงความบกพร่องออกมา
3
ด้าน
ใหญ่ๆได้แก่1.
ความบกพร่องในการมีปฏิสัมพันธ์
เช่น ไม่แสดงสีหน้าท่าทางในการตอบรับและสื่อสารกับผู้อื่น
ไม่สบตาเรียกไม่หัน2.
ความบกพร่องในการสื่อสาร
เช่น พูดช้าหรือไม่พูดและไม่มีความพยายามในการสื่อสาร
พูดตามหรือพูดสลับคำ3.
การแสดงออกทางพฤติกรรมที่ผิดปกติ
เช่น
หมกหมุ่นอยู่กับการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งที่ไม่เหมาะสมหรือทำซ้ำๆมากเกินไปยึดติดกับขั้นตอนในการทำกิจวัตรประจำวัน
สาเหตุเกิดจากอะไร ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับสาเหตุของภาวะหรือโรคออทิสซึ่มที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดจากปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน ทั้งเรื่องของพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม
ทำให้สมองผิดปกติทั้งโครงสร้างของการทำงาน โดยความผิดปกติส่วนใหญ่เกิดขึ้นตั้งแต่ตัวอ่อนอยู่ในครรภ์ของแม่
เด็กบางคนแสดงให้เห็นอาการตั้งแต่แรกเกิด แต่บางคนอาจมีพัฒนาการในระยะแรกไม่ต่างจากเด็กทั่วไป
มีหลายทฤษฎีที่พยายามอธิบายเรื่องกลไกการเกิดภาวะ ออทิสติกสเปกตรัม
แต่ทฤษฎีเหล่านั้นมักจะเน้นที่การกำหนดหรือระบุว่าความบกพร่องในสมองส่งผลให้เด็กเหล่านี้ทำอะไรไม่ได้บ้าง เช่น
ไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น ไม่มีจินตนาการ และไม่สามารถเข้าใจนามธรรม
ศาสตราจารย์นายแพทย์สแตรีย์
กรีนสแปนและคณะ ได้ร่วมกันสร้างสมมุติฐาน
ชื่อ AffectedDiathesis
Hypothesis โดยเชื่อว่าเด็กกลุ่มนี้มีความบกพร่อง ชื่อ Affected
Diathesis Hypothesis ซึ่งเชื่อว่าเด็กกลุ่มนี้มีความบกพร่องหลักอยู่ที่การเชื่อมต่อระหว่างความรู้สึก
อารมณ์ หรือความต้องการกับการสั่งการกล้ามเนื้อ ความบกพร่องรองอยู่ที่ การรับรู้สิ่งเร้า (Sensory
modulation) การประมวลข้อมูล(ทำความเข้าใจ) ผ่านการได้ยินและการมองเห็น( Auditory
and Visual-spatial processing ) และการวางแผนการสั่งการกล้าม เนื้อ
( Motor
planning) สมมุติฐานนี้นำไปสู่แนวทางการรักษาที่พยายาม เชื่อมต่อระหว่างการรับรู้
ความรู้สึก
อารมณ์
และการสั่งการกล้ามเนื้อขึ้นมาใหม่ ซึ่งการแก้ปัญหาพื้นฐาน
แทนที่จะคอยตามแก้พฤติกรรมที่เด็กแสดงออกมา
ประเทศไทยมีรูปแบบในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กออทิสติกอย่างไร วิธีการที่นิยมใช้ฝึกเด็กออทิสติกในประเทศไทย
คือ เน้นฝึกความสามารถของเด็กเป็นส่วนๆ
โดยให้เด็กทำในสิ่งที่คิดว่าควรทำได้ตามวัย
เช่น เรียนรู้เรื่องสี
เรื่องรูปทรง
เรื่องการใช้คำพูดโดยให้เด็กทำซ้ำๆ
ทำบ่อยๆจนเด็กท่องจำได้
หรือเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยวิธีให้รางวัลหรือทำโทษ แนวคิดการฝึกมุ่งหวังเตรียมความพร้อมให้เด็กเข้าโรงเรียนโดยลืมที่จะให้ความสำคัญเรื่องพัฒนาการขั้นพื้นฐานของ ความเป็นมนุษย์
ทักษะชีวิตด้านต่างๆ เช่น
สัมพันธภาพที่แน่นแฟ้นระหว่างเด็กกับพ่อแม่
การแสดงออกทางอารมณ์และการสื่อสารที่เหมาะสม การฝึกในรูปแบบนี้ช่วยให้เด็กออทิสติกหลายคน “ดูคล้าย” เด็กทั่วไปแต่มักจะมีบางสิ่งบางอย่างขาดหายไป คำพูดและกิริยาอาการของเด็มัจะขาดมิติทางสังคม
ไม่มีชีวิตชีวา ขาดความคิดสร้างสรรค์
และไม่เป็นธรรมชาติ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น