วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555

PRINCIPLE



PRINCIPLE


บริษัท คิดดี เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด
11 ลาดพร้าว 110/3 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง
บริษัทคิดดี เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด  เราคือผู้เชี่ยวชาญเรื่อง ของเด็กเล่นในสนาม อุปกรณ์สนามเด็กเล่น 


1.RHYTHM : ที่นั่งของชิงช้าทั้งสองข้าง

2.UNITY : คานของชิงช้าและขาทั้งสี่ข้างหรือที่นั่งล้วนเชื่อมต่อกัน

3.ฺBALANCE : ขาตั้งทั้งสองฝั่งหรือเสาทั้งสี่ต้นเท่ากัน

4. CONTRAST : สีของคานับที่นั่ง

5.HAMONY : ความโค้งของเสากับความโค้งของที่นั่ง

6.EMPHASIS FOR DOMINIENCE : ไม่มีจุดเด่นของงาน

PRINCIPLE 2

1.RHYTHM : การซำ้้ของเสา และตัวสไลค์เดอร์

2.UNITY : การที่อุปกรณ์การเล่นทั้งหมดเชื่อมต่อกัน

3.ฺBALANCE : การจัดสไลค์เดอร์ให้อยู่ทั้งสองฝั่งของฐาน

4. CONTRAST : สีแดงและสีเหลือง

5.HAMONY : รูปทรงของงานที่เน้นเส้นโค้ง

6.EMPHASIS FOR DOMINIENCE : ตัวฐานของสไลค์เดอร์


บริษัท คิดดี เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด
11 ลาดพร้าว 110/3 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง
บริษัทคิดดี เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด  เราคือผู้เชี่ยวชาญเรื่อง ของเด็กเล่นในสนาม อุปกรณ์สนามเด็กเล่น 



สรุป

ชื่อชิ้นงาน dream toy

1.RHYTHM : จังหวะการซำ้ สีและขนาด

2.UNITY : เอกภาพ ของเล่นทุกชิ้นเชือ่มโยงกันเป็นหนึ่งเดียว

3.ฺBALANCE : สมดุล สีและขนาดของฟังชั่นของเครืองเล่น

4. CONTRAST : ความขัดแย้ง

5.HAMONY : ความกลมกลืนของเครืองเล่น

6.EMPHASIS FOR DOMINIENCE : จุดเด่น สีสรรค์




วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

การนำ สไตล์ Retro มาใช้กับงาน

การนำสีสไตล์เรโทรมาใช้เพราะสีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการตกแต่งสไตล์เรโทร ซึ่งวิวัฒนาการของสีนั้นก็ได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย เช่นหากเป็นการตกแต่งสไตล์เรโทรในยุค 50s จะตกแต่งด้วยสีที่อ่อนๆที่เราเรียกว่าสีพาสเทล ไม่ว่าจะเป็นโทนสีฟ้าอ่อน สีเหลืองอ่อน สีขาวเป็นต้น แต่หากตกแต่งสไตล์นี้ในยุค70s ก็จะมีการเล่นสีที่ค่อนข้างฉูดฉาด รุนแรงมากขึ้น โดยเน้นสีเหลืองมะนาว สีเขียว สีส้มไปจนถึงน้ำตาลเข้ม

Retro-Hybrid


Hybrid


ในการผลิตชิ้นส่วนทางวิศวกรรมและผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ๆในยุคปัจจุบันอาจจำเป็นต้องใช้วัสดุที่มีสมบัติพิเศษหลายอย่างรวมอยู่ด้วยกันซึ่งไม่สามารถหาได้ในวัสดุทั่วไปที่เป็นเนื้อเดียวไม่ว่าจะเป็น เซรามิกส์ โลหะ หรือพอลิเมอร์ สมบัติพิเศษเหล่านี้เช่นวัสดุที่มีความแข็งตึงสูง (high stiffness)แต่ว่ามีความหนาแน่นต่ำซึ่งเป็นความต้องการของการออกแบบ (Design requirements) ของชิ้นส่วนทางวิศวกรรมอากาศยานโดยที่วัสดุทั่วไปอาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการของการออกแบบได้เพราะฉะนั้นวัสดุผสม(Hybrids) จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีสำหรับความต้องการของการออกแบบที่ต้องการสมบัติหลายอย่างรวมกัน (Multiple constraints) วัสดุผสมเป็นการนำวัสดุต่างประเภทที่มีสมบัติต่างกันมาผสมกันเพื่อให้ได้สมบัติตามที่ต้องการและสามารถตอบสนองต่อความต้องการของการออกแบบได้


วัสดุผสมจัดได้ว่าเป็นวัสดุที่ถูกจงใจสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการตอบสนองความต้องการของการออกแบบที่ต้องการวัสดุที่ทำหน้าที่หลายอย่างในเวลาเดียวกัน ชนิดของวัสดุผสมที่ได้มีการใช้งานอย่างกว้างขวางในปัจจุบันคือวัสดุเชิงประกอบ (Composite materials) ซึ่งเป็นวัสดุที่ประกอบด้วยเฟสสองชนิดคือ เฟสเนื้อพื้น (Matrix) ซึ่งเป็นเฟสที่ต่อเนื่อและล้อมรอบอีกเฟสหนึ่งไว้ ส่วนอีกเฟสหนึ่งคือ
เฟสที่กระจาย (Dispersed phase) หรือ ตัวเสริมแรง (Reinforcement) สมบัติของวัสดุเชิงประกอบที่ได้จากการผสมเฟสเนื้อพื้นและเฟสที่กระจายจะเป็นฟังก์ชันของสมบัติของทั้งเฟสเนื้อพื้นและเฟสที่กระจาย และขึ้นอยู่กับปริมาณของแต่ละเฟสและรูปทรงทางเลขาคณิตของเฟสที่กระจายซึ่งรวมถึงรูปทรง ขนาด การกระจายตัวและการเรียงตัวของเฟสที่กระจาย

อนุภาคของเฟสที่กระจายในเนื้อวัสดุในรูปทรงและการวางเรียงต่างกัน
a) ความเข้มข้น
b) ขนาด
c) รูปร่าง
d) การกระจายตัว
e) ทิศทางการเรียงตัว
ซึ่งมีผลต่อสมบัติของวัสดุเชิงประกอบ


การเลือกใช้วัสดุผสมต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ความต้องการของการออกแบบรวมถึงข้อจำกัด (Constraints) ต่างๆไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านสมบัติ (Properties) หรือว่าข้อจำกัดในด้านหน้าที่ (Functions) และหากผลจากการวิเคราะห์และการคัดเลือกวัสดุเบื้องต้นปรากฏว่ามีวัสดุชนิดใดๆก็ตามที่สามารถตอบสนองข้อจำกัดทั้งหมดได้วัสดุชนิดนั้นจะถูกเลือกใช้ แต่หากว่าไม่มีวัสดุชนิดใดชนิดหนึ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการและข้อจำกัดของการออกแบบดังนั้นจำเป็นต้องแยกวิเคราะห์หน้าที่และสมบัติแต่ละประการของชิ้นงานที่นำมาทำการคัดเลือกวัสดุและคัดเลือกวัสดุที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละหน้าที่ หลังจากนั้นนำแต่ละตัวเลือกสำหรับแต่ละหน้าที่มาพิจารณาว่าจะสามารถนำมารวมกันเป็นวัสดุผสมได้หรือไม่


เมื่อได้ทำการพิจารณาสมบัติของวัสดุสองชนิดที่มีสมบัติเหมาะสมและสามารถตอบสนองต่อข้อจำกัดจากการออกแบบแล้วโดยเลือกวัสดุชนิดหนึ่งให้เป็นวัสดุเนื้อพื้นและวัสดุอีกชนิดเป็นเฟสกระที่กระจายโดยทำการเลือกโครงสร้างของวัสดุผสมที่เหมาะสมกับหน้าที่ของชิ้นงานนั้นๆ จากนั้นทำการเลือกสัดส่วนปริมาตร (Volume fraction) ที่เหมาะสมเพื่อให้ได้สมบัติที่ต้องการซึ่งต้องอยู่ถายในขอบเขตบนและขอบเขตล่างของสมบัติของวัสดุผสม (Upper and lower bounds) และต้องพิจารณาและวิเคราะห์ถึง Criterion of excellence ซึ่งเป็นไปตามดัชนีวัสดุ (Material index)แล้วพลอตเส้นต่างๆเหล่านี้ในชาร์ตการเลือกวัสดุ (Material selection chart) และหากวัสดุผสมมีค่าต่างๆเหล่านี้สูงกว่าวัสดุเนื้อเดียวและสูงกว่า Criterion of excellence วัสดุผสมชนิดนี้สามารถใช้เป็นวัสดุในการผลิตชิ้นงานนี้ได้

เมื่อมีการนำวัสดุสองชนิดที่มีสมบัติต่างกันมารวมกันเพื่อสร้างวัสดุผสมหรือวัสดุเชิงประกอบนั้นสมบัติของวัสดุผสมนั้นๆจะเป็นพังก์ชันของสมบัติของวัสดุตั้งต้นทั้งสองชนิดโดยที่สมบัติของวัสดุที่ได้นั้นสามารถเป็นได้ได้ 4 กรณีดังนี้

กรณี A ถือได้ว่าเป็นกรณีที่รวมข้อดีของสมบัติของวัสดุตั้งต้นทั้งสองชนิดซึ่งกรณีนี้เป็นกรณีอุดมคติ โดยทั่วไปวัสดุผสมจะมีสมบัติที่เป็นไปตามกรณีนี้เมื่อมีการนำสมบัติทั่วไปของวัสดุชนิดหนึ่งมารวมกับสมบัติของพิ้นผิวที่ดีของวัสดุอีกชนิดหนึ่งเช่นการการชุบเหล็กกล้าด้วยสังกะสี (Galvanised steel) เป็นการรวมสมบัติทางกลที่ดีของเหล็กกล้าผสมกับสมบัติของผิวที่ดีของสังกะสีโดยเฉพาะความต้านทานการกัดกร่อน

กรณี B เป็นกรณีที่สมบัติของวัสดุผสมเป็นไปตามกฎการผสม (Rule of mixture) โดยที่สมบัติของวัสดุผสมเป็นผลลัพธ์ของสมบัติของวัสดุเริ่มต้นทั้งสองชนิดที่รวมกันและเฉลี่ยกันทางพีชคณิตโดยมีการถ่วงน้ำหนักในอัตราส่วนของปริมาตร (Volume fraction)

กรณี C เป็นกรณีที่สมบัติของวัสดุที่ได้เป็นค่าเฉลี่ยแบบฮาร์โมนิก (Harmonic mean) ของวัสดุตั้งต้นแต่ว่ายังมีสมบัติที่รวมกันแล้วดีกว่าวัสดุตั้งต้นชนิดใดชนิดหนึ่งเดี่ยวๆซึ่งในบางกรณีวัสดุผสมนี้สามารถนำมาใช้งานได้เหมือนกัน

กรณี D เรียกว่า "the worst of both" เป็นกรณีที่วัสดุรวมเอาสมบัติที่ไม่ดีของวัสดุที่เริ่มต้นทั้งสองชนิดไว้ด้วยกันซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เช่นระบบน้ำดับเพลิงตามอาคารที่เป็นวัสดุผสมของโลหะและขี้ผึ้งโดยที่ชิ้นส่วนโลหะถูกออกแบบให้เกิดการวิบัติเมื่อขี้ผึ้งละลายไปเมื่ออุณหภูมิภายนอกสูงกว่าจุดหลอมเหลวของขี้ผึ้งและเมื่อชิ้นส่วนโลหะหักออกน้ำจะถูกปล่อยออกมาเพื่อดับเพลิง

Retro

เป็นรูปแบบทางวัฒนธรรมที่ล้าสมัยหรือผู้สูงอายุแนวโน้มโหมดหรือแฟชั่นจากที่ผ่านมาหลังสมัยใหม่โดยรวมที่มีตั้งแต่เวลานั้นกลายเป็นหน้าที่หรือเผินบรรทัดฐานอีกครั้งการใช้ "เรโทร" ยึดถือรูปแบบและภาพแทรกเข้าไปในศิลปะหลังสมัยใหม่, การโฆษณา, สื่อมวลชน ฯลฯ มันมักจะหมายถึงเหล้าองุ่นอย่างน้อย 15 หรือ 20 ปี ตัวอย่างเช่นเสื้อผ้าจากปี 1980 หรือปี 1990 อาจจะย้อนยุค
แหล่งกำเนิด
คำว่า "ย้อนยุค" มาจากภาษาละตินคำนำหน้าย้อนยุค , ความหมาย "ถอยหลัง" หรือ "ในครั้งที่ผ่านมา" - โดยเฉพาะอย่างยิ่งเท่าที่เห็นในคำถอยหลังเข้าคลองหมายความเคลื่อนไหวไปผ่านมาแทนความคืบหน้าไปในอนาคตและมีผลย้อนหลังหมายถึงคิดถึงตา (หรือที่สำคัญ) ไปยังอดีตที่ผ่านมา
ในสมัยหลังสงครามมันเพิ่มขึ้นในการใช้งานด้วยการปรากฏตัวของคำretrorocket (สั้นสำหรับ "จรวดถอยหลังเข้าคลอง" แทงสร้างจรวดในทิศทางตรงข้ามกับการเคลื่อนที่โคจรของยานอวกาศ) โดยใช้โครงการอวกาศอเมริกันในทศวรรษที่ 1960 ในฝรั่งเศสคำRetro , ตัวย่อสำหรับrétrospectif [ 1 ]รับเงินทางวัฒนธรรมกับ reevaluations จากชาร์ลส์เดอโกลและบทบาทของฝรั่งเศสในสงครามโลกครั้งที่สอง . ฝรั่งเศสRetro โหมดของปี 1970 reappraised ในภาพยนตร์และนิยายพฤติกรรมของพลเรือนฝรั่งเศสในช่วงการยึดครองของนาซี ระยะRetroถูกนำมาใช้โดยเร็วเพื่อแฟชั่นฝรั่งเศสที่คิดถึงนึกถึงช่วงเวลาเดียวกัน[ 2 ]
หลังจากนั้นไม่นานมันเป็นที่รู้จักเป็นภาษาอังกฤษโดยกดแฟชั่นและวัฒนธรรมที่มันแสดงให้เห็นการคืนชีพเหยียดหยามค่อนข้างของแฟชั่นเก่า แต่ล่าสุดค่อนข้าง (ลิซาเบ ธ อี Guffey, Retro: วัฒนธรรมของการฟื้นฟู , pp 9-22) ในSimulacra และการจำลองทฤษฎีฝรั่งเศสฌอง Baudrillardอธิบาย "เรโทร" เป็น demythologization ของอดีต, ปัจจุบันปลีกตัวจากความคิดที่ยิ่งใหญ่ที่ขับรถอายุ "สมัยใหม่" [ 3 ]

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

V-PAT

หัวข้อที่เลือก

1. ออกแบบเครื่องเล่นเด็ก : สาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม พ.ศ.2555

V.  คือ  เครื่องเล่นเด็ก
P.  คือ   เด็กอนุบาลสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
A.  คือ   สาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
T.  คือ   ปี ค.ศ.2012 - 2013

หัวข้อที่ไม่เลือก  

2.ออกแบบตู้โชว์อาหาร : ร้านอาหารเพลิน ถ.วิภาวดีรังสิต พ.ศ.2555

V.   คือ   ตู้โชว์อาหาร
P.   คือ    พนักงานของร้านและแขกผู้มาใช้บริการ
A.  คือ    ร้านอาหารเพลิน
T.   คือ    ปี ค.ศ.2012 - 2013

3. ออกแบบเก้าอี้เด็ก : สาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม พ.ศ.2555

V.  คือ   เก้าอี้เด็ก
P.  คือ   เด็กอนุบาลสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
A.  คือ   สาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
T.  คือ    ปี ค.ศ.2012 - 2013

4. ออกแบบตู้เสื้อผ้า : INDEX สาขางามวงศ์วาน พ.ศ.2555

V.  คือ   ตู้เสื้อผ้า
P.  คือ   บุคคลทัวไป
A.  คือ    INDEX สาขางามวงศ์วาน
T.  คือ    ปี ค.ศ.2012 - 2013

5.ออกแบบโต๊ะสำนักงาน : INDEX สาขางามวงศ์วาน พ.ศ.2555

V.  คือ   โต๊ะสำนักงาน
P.  คือ    บุคคลวัยทำงาน
A.  คือ    INDEX สาขางามวงศ์วาน
T.  คือ     ปี ค.ศ.2012 - 2013

เทรนต์การออกแบบ ปี 2012

        ในขณะที่คนในทวีปยุโรปก็หนีไม่พ้นภัยธรรมชาติที่เกิดจากภาวะโลกร้อยเช่นเดียวกัน ทั้งคลื่่นความร้อน  พายุหิมะที่มาผิดฤดูและรุนแรง เครื่องบินไม่สามารถเิดินทางได้จนต้องปิดสนามบิน ทำให้ระบบการคมนาคมเป็นอัมพาตหลายคร้งในรอบปี สิ่งที่ตามมาคือ การเปลี่ยนแปลงทางด้านการขนส่ง
และโลจิสติกส์  การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงระหว่างเมืองกลายเป็นทางเลลือกที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งถึงแม้จะช้ากว่าหน่อย แต่ก็มั่นใจว่าถึงชัวร์ เมื่อระบบการคมนาคมของคนเปลี่ยนไป
ทำให้คนอาศัยอยู่ในพื้นที่ของตนมากขึ้น เทรนต์การกินอาหารพื้นถิ่น เช่นผักที่ปลูกในชุมชน
หรือสัตว์เลี้ยงที่มาจากฟาร์มที่ไม่ไกลเกิน 100 ไมล์จึงพบเห็นได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ เช่น Waitrose
ในอังกฤษ
   

           ถึงแม้ว่ามนุษย์ในศตวรรษที่ 21 ต้องเผชิญกับภัยพิบัติธรรมชาติหนักหน่วงกว่ายุคสมัยใดใน
ประวัติศาสตร์แต่ยิ่งกลับทำให้คนต้องการใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้นเราต้องการวัตถุในการดำรงชีวิต
ที่ทำให้เราเป็นส่วนหนึ่งกับสิ่งแวดล้อม แต่ในขณะเดียวกันก็ปกป้องเราจากความแปรปรวนอันเกินคาดเดา เหมือนดังเช่นโครงสร้างพลาสติกใสของบ้าน Bubble Tree House ของนักออกแบบชาวฝรั่งเศส
Pierre Stephane Dumas ที่ลบเลือนพรมแดนระหว่างพื้นที่ภายนอกกับภายใน เป็นสถาปัตยกรรม
เคลื่อนที่ได้ ทำจากพลาสติกใส มีเครื่องเป่าลมที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องปรับอุณหภูมิและฟอกอากาศ
ในตัว นำ้้หนักเบาทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตดื่มดำอยู่ท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างง่ายดาย

กระแสสำนึกในการบริโภคแบบใหม่ที่เกิดจากความต้องการเอาตัวรอดของมนุษย์ จะยิ่งมีความสำคัญต่อการตัดสินใจของคนทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดปี 2012 ไม่ใช่เพียงแค่เพราะเรื่องเล่าปรัมปราของ
ชาวมายันว่าเป็นวันสิ้นโลกแต่เพราะว่าเรายังต้องเผชิญกับความผันผวนของวิกฤติของหลายสิ่งหลายอย่าง ตั้งแต่ปัญหาสิ่งแวดล้อม การเมืองที่ร้อนแรง และวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่เห็นทางออก
เมื่อคาดเดาอนาคตไม่ได้ อะไรคือสิ่งที่จะเติมเต็มความต้องการทางด้านจิตใจ นี่เป็นคำถามใหญ่
ที่ท้าทายให้คนทำงานออกแบบและสร้างสรรค์หาคำตอบ

ข้อมูลที่สืบค้น

          โต๊ะ เป็นเครื่องเรือนที่มีพื้นผิวด้านบนเรียบขนานกับพื้น รองรับน้ำหนักโดยขาโต๊ะ โดยอาจใช้สำหรับวางสิ่งของอย่างเช่นอาหาร โดยความสูงมีความพอเหมาะสำหรับการนั่ง และโดยมากจะใช้คู่กับเก้าอี้ โต๊ะในยุคก่อนหน้านี้ จะแตกต่างจากปัจจุบันซึ่งโต๊ะสมัยใหม่มักไม่มีลิ้นชัก โต๊ะสำหรับมีไว้เขียนและทำงานในออฟฟิสจะเรียก โต๊ะทำงาน (desk) ซึ่งจะมีลิ้นชักอย่างน้อย 1 อันหรือมากกว่านั้นข้างใต้ บางชิ้นส่วนของโต๊ะอาจขยับปรับเปลี่ยนได้

10 เทคนิคจัดโต๊ะทำงานตามหลักฮวงจุ้ย
          1. ตำแหน่งโต๊ะทำงานที่ดี อย่างแรกให้ดูที่ตำแหน่งด้านหลัง เพราะทางฮวงจุ้ยข้างหลังถือว่าข้างหลังหมายถึงความมั่นคง ถ้านั่งหันหลังให้กระจกซึ่งเป็นวัตถุที่มีการสะท้อนอยู่ตลอดเวลา แสดงว่าหน้าที่การงานของคุณไม่แน่นอนแล้วนะคะ ทางแก้คือหามู่ลี่มาปิดทับบริเวณด้านหลังให้ทึบอยู่ตลอดเวลา หรือถ้ามีตู้ทึบอยู่ด้านหลังก็พอจะช่วยได้ แต่ถ้าจะให้ดี ควรนั่งหันหลังให้กำแพงและหารูปภาพมาติดไว้ตรงบริเวณด้านนี้ โดยเลือกที่มีความหนักแน่น เช่น ภูเขา ส่วนทิศทางตำแหน่งของการนั่งนั้น ถ้าเป็นห้องส่วนตัว ควรตั้งโต๊ะไว้ในลักษณะที่จะสามารถมองเห็นคนที่เข้ามาในห้องได้อย่างชัดเจน
          2. พยายามหลีกเลี่ยงการตั้งโต๊ะทำงานตรงกับประตู เพราะจะถูกนินทาว่าร้ายเอาได้ และไม่ควรนั่งหลังลอยหรือนั่งหันหลังให้ประตู เพราะอาจถูกแทงข้างหลังจากเพื่อนร่วมงานได้ค่ะ แต่ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ควรหาฉากหรือต้นไม้มาคั้นระหว่างประตูหรือโต๊ะทำงาน
         3. ไม่ควรให้โต๊ะทำงานหันไปชนกับมุมเสา เพราะจะทำให้เจอแต่เรื่องไม่ค่อยดี ถ้าหลีกเลี่ยงได้ให้หาคริสตัลมาวางสะท้อนพลังงานด้านลบออกไป
         4. หันโต๊ะทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าคุณต้องนั่งรวมกับคนอื่น ควรพยายามหันโต๊ะทำงานไปในทิศทางเดียวกัน และหลีกเลี่ยงการหันหน้าโต๊ะเข้าหากัน เพราะเดี๋ยวจะเม้าท์กันเพลินจนลืมทำงาน (แทนที่งานจะรุ่ง เดี๋ยวจะถูกเจ้านายเพ็งเล็งเอา)
         5. แก้เคล็ดหากนั่งใต้คาน ถ้าใครที่นั่งใต้คานจะส่งผลให้คนๆ นั้นมีความเครียดสูง การงานไม่ราบรื่น หรือทำงานผิดพลาดได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณอยู่ในแผนกบัญชีหรือการเงิน อาจจะส่งผลเสียต่อองค์กรเป็นอย่างมาก ทางแก้ไขมีหลายแบบ แต่ที่ง่ายที่สุด คือการใช้คานให้เป็นประโยชน์ด้วยการแขวนนาฬิกา หรือติดหลอดไฟไว้ใต้คาน
         6. วางของสูงที่มุมโต๊ะด้านซ้าย ที่ด้านซ้ายของโต๊ะทำงาน เป็นตำแหน่งแห่งอำนาจในการทำงาน ให้วางของที่มีความสูงมากที่สุดเอาไว้มุมนี้ เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์ ชั้นวางเอกสารสูงๆ และควรที่จะมีต้นไม้เล็กๆ วางไว้ข้างจอคอมพิวเตอร์ จะเป็นต้นตะบองเพชร เฟิร์น เพื่อเป็นการลดความแรงของสนามแม่เหล็กจากจอคอมพิวเตอร์
         7. ของที่ควรหลีกเลี่ยงบนโต๊ะทำงาน  ควรหลีกเลี่ยงของตกแต่งบนโต๊ะทำงาน หรือรูปภาพที่เป็นรูปสัตว์ในสิบสองปีนักกษัตร เช่น หนู งู ม้า ไก่ ลิง ฯลฯ เพราะสิ่งที่เราตั้งอาจกลายเป็นการชงปะทะกันเองกับปีเกิดของตัวเอง หรือผู้ที่มาติดต่อโดยไม่รู้ตัว ถ้าที่ดี (ทางแก้ไขแนะนำให้ตรวจสอบในตารางของคลังคู่มิตรปีเกิด)
         8. ของที่เหมาะกับด้านขวาของโต๊ะ ซึ่งเป็นตำแหน่งของการประสานงาน ความราบรื่น ให้วางพวกข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่มีความสูงน้อยไว้ในส่วนนี้
         9. เสริมพลังตรงด้านหลังของโต๊ะ หากมีชั้นหรือมีพื้นที่วางของได้ ให้หา "เต่าคริสตัล" มาวาง เพื่อเป็นการกระตุ้นพลังงานด้านการสนับสนุน และความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
         10. ดูดซับพลังงานตรงด้านหน้าของโต๊ะ ตรงนี้ถือเป็นจุดรับพลังงานต่างๆ ที่จะไหลเข้ามาสู่โต๊ะโดยตรง ให้หาแก้วน้ำใส่น้ำและหินเก๋ๆ มาวางประดับอะไร เพื่อดูดซับพลังงานที่ดี

แบบโต๊ะทำงาน
          1. ผิวเมลามีน
          2. ปิดผิวเมลามีน & พีวีซีล้วน
          3. เมลามีนขาเหล็ก
          4. โต๊ะทำงานตัว L
          5. ผู้บริหาร Classic
          6. ผู้บริหาร Modern
          7. โต๊ะทำงานเหล็ก
          8. โต๊ะทำงานกลุ่ม Workstation
          9. ตู้เสริมโต๊ะทำงาน